โปรแกรมคำนวณโซล่าเซลล์ 2569 เช็กขนาดระบบ ประหยัดค่าไฟ และระยะคืนทุน

คำนวณโซล่าเซลล์ฟรี เพื่อประเมินจำนวนแผงที่เหมาะสมกับบ้านคุณ พร้อมคำนวณค่าไฟที่ประหยัดได้ ค่าติดตั้ง และระยะเวลาคืนทุนได้อย่างแม่นยำ

กำลังคิดจะติดโซลาร์เซลล์ แต่ไม่รู้ว่าบ้านควรติดกี่ kW?

คำถามแรกของคนที่กำลังสนใจติดโซลาร์เซลล์มักไม่ใช่เรื่องยี่ห้อแผงหรืออินเวอร์เตอร์ แต่เป็นคำถามง่าย ๆ ว่า

“ค่าไฟบ้านประมาณนี้ ควรติดโซลาร์ขนาดเท่าไร และจะคุ้มจริงไหม?”

ปัญหาคือ การตอบคำถามนี้จากยอดค่าไฟเพียงอย่างเดียวอาจไม่แม่นพอ เพราะบ้านที่จ่ายค่าไฟเดือนละ 4,000 บาทเท่ากัน อาจเหมาะกับระบบโซลาร์คนละขนาดได้ หากบ้านหนึ่งไม่มีคนอยู่กลางวัน แต่อีกบ้านเปิดแอร์ ทำงานที่บ้าน หรือมีอุปกรณ์ไฟฟ้าทำงานตลอดช่วงที่มีแสงแดด

PUMA SUNERGY จึงพัฒนา โปรแกรมคำนวณโซล่าเซลล์ เพื่อช่วยประเมินเบื้องต้นจากข้อมูลที่คนทั่วไปตอบได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องรู้ก่อนว่า PSH, kWp หรืออัตราค่าไฟแต่ละขั้นคืออะไร

เพียงกรอก ค่าไฟเฉลี่ยต่อเดือน เลือกจังหวัด และบอกลักษณะการใช้ไฟช่วงกลางวัน โปรแกรมจะช่วยประมาณขนาดระบบ จำนวนแผง ค่าไฟที่อาจประหยัดได้ต่อเดือน และระยะเวลาคืนทุนให้ในครั้งเดียว

อัปเดตล่าสุด 14 กันยายน 2569
โปรแกรมปรับตามโครงสร้างค่าไฟบ้านที่เริ่มใช้กับบิลเดือนกันยายน 2569 พร้อมข้อมูล Ft และโครงการรับซื้อไฟฟ้า Solar Rooftop ภาคประชาชนล่าสุด

เช็กว่าโซลาร์คุ้มกับบ้านคุณไหม
กรอกข้อมูลหลัก 3 อย่าง ระบบจะประเมินขนาดระบบ เงินที่ประหยัด และระยะคืนทุนให้ในครั้งเดียว
อัปเดต ก.ย. 2569
ออกแบบสำหรับคนทั่วไป — ไม่ต้องรู้คำว่า PSH, Tier หรือ kWp ก็เริ่มคำนวณได้ สำหรับบ้านอยู่อาศัยอัตราปกติ MEA / PEA · ผลเป็นการประเมินเบื้องต้นก่อนสำรวจหน้างานจริง
1
ข้อมูลบ้านของคุณ
ข้อมูลที่จำเป็นจริง ๆ มีเพียง 3 ข้อ
ค่าไฟเฉลี่ยต่อเดือน บาท
ใช้ยอดรวมที่ต้องชำระจากบิลล่าสุด หรือค่าเฉลี่ย 2–3 เดือนจะยิ่งดี
จังหวัด
ระบบใช้จังหวัดเพื่อปรับค่าแสงแดดเฉลี่ยอัตโนมัติ
กลางวันบ้านคุณใช้ไฟแบบไหน?
ตั้งค่าละเอียด (ไม่จำเป็นสำหรับการประเมินทั่วไป)
หน่วยไฟจากบิล kWh
กรอกค่านี้เพื่อเพิ่มความแม่นยำ
ระบบไฟบ้าน
ใช้ไฟกลางวัน จ–ศ. (09:00–15:00)45%
ใช้ไฟกลางวัน ส–อา. (09:00–15:00)70%
Peak Sun Hours
ค่าติดตั้งจริง บาท
2
ผลประเมินเบื้องต้น
เน้นคำตอบที่ใช้ตัดสินใจได้ทันที
กรอกข้อมูลด้านซ้าย แล้วกด “ดูผลประเมินของฉัน”
SYSTEM RECOMMENDATION
kWp · แผง
ประหยัดค่าไฟ / เดือน
ค่าไฟเหลือโดยประมาณ
ประหยัด / ปี
คืนทุนโดยประมาณ
ดูรายละเอียดการคำนวณ
หน่วยไฟประมาณ
ผลิตไฟได้ประมาณ
ใช้ไฟโซลาร์เองกลางวัน
ไฟส่วนเกินโดยประมาณ
ค่าแสงแดดที่ใช้
ราคาติดตั้งที่ใช้คำนวณ
ดูแพ็กเกจติดตั้งที่เหมาะกับขนาดนี้ →
อ้างอิงโครงสร้างค่าไฟบ้านที่มีผลตั้งแต่บิล ก.ย. 2569: 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3.00 บาท/หน่วย, 201–400 = 4.1584, 401+ = 4.3583 บาท/หน่วย; Ft ก.ย.–ธ.ค. 2569 = 0.1623 บาท/หน่วย; VAT 7% · Net Billing 2.20 บาท/kWh ระยะเวลา 10 ปี และจำกัดกำลังเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์ · ผลจริงขึ้นกับหลังคา เงา ทิศทาง อุปกรณ์ รูปแบบใช้ไฟ และเงื่อนไขการไฟฟ้า

โปรแกรมคำนวณโซล่าเซลล์แบบละเอียด

เครื่องคำนวณโซลาร์เซลล์

SOLAR CALCULATOR · 2569

อัตราใหม่ มิ.ย. 2569
อัตราก้าวหน้า 3 ระดับ · Net Billing 2.20 บาท/หน่วย · อัปเดต มิ.ย. 2569
TIER 1
1 – 200 หน่วย / เดือน
~2.80 ฿
อุดหนุน — ลดลง ~20%
TIER 2
201 – 400 หน่วย / เดือน
3.95 ฿
ปกติ — ยังได้ส่วนลด 200 หน่วยแรก
TIER 3
401+ หน่วย / เดือน
~5.10 ฿
ก้าวหน้า — โซลาร์คุ้มที่สุด!
// STEP 0 — TIER CHECK
ตรวจสอบระดับค่าไฟของคุณก่อน เพื่อผลการคำนวณที่แม่นยำ
เลือกวิธีการคำนวณ
1. คำนวณจากบิลค่าไฟ (บาท)
2. คำนวณจากหน่วยที่ใช้ (kWh)
ค่าไฟต่อเดือน (บาท รวม VAT 7%)
// STEP 1 — SYSTEM SIZE
คำนวณจำนวนแผง
ค่าไฟเฉลี่ยต่อเดือน (บาท)
อัตราค่าไฟ (บาท/หน่วย)
T1 → 2.80 · T2 → 3.95 · T3 → 5.10
ใช้ไฟกลางวัน จ–ศ (09:00–15:00) 40%
บ้านพัก 20–40% · ออฟฟิศ 60–80%
ใช้ไฟกลางวัน ส–อา (09:00–15:00) 70%
บ้านพัก 60–80% · ออฟฟิศ 10–20%
จังหวัด
Peak Sun Hours
ระบบไฟฟ้า
// STEP 2 — ROI ANALYSIS
ประหยัดและคืนทุน
จำนวนแผงที่ติดตั้ง
ค่าติดตั้งระบบ (บาท)
หน่วยที่ใช้ต่อเดือน (kWh) สำหรับคำนวณอัตราขั้นบันได
Net Billing — ขายไฟส่วนเกินคืนการไฟฟ้า
2.20 THB/UNIT · 10-YEAR CONTRACT · MAX 5 kWp

* อัตราระดับ 1 (~2.80) และระดับ 3 (~5.10) เป็นค่าประมาณ รอประกาศ กกพ. มิ.ย. 2569 · PSH เป็นค่าเฉลี่ยรายปี ผลจริงอาจแตกต่าง

โปรแกรมคำนวณโซล่าเซลล์นี้ช่วยตอบอะไรคุณได้บ้าง?

เป้าหมายของโปรแกรมไม่ใช่การบอกเพียงว่า “ต้องใช้กี่แผง” แต่ช่วยตอบคำถามก่อนตัดสินใจลงทุนว่า บ้านของคุณเหมาะกับ Solar Rooftop ขนาดประมาณเท่าไร และผลตอบแทนมีแนวโน้มเป็นอย่างไร

จากข้อมูลที่กรอก โปรแกรมจะประเมิน ขนาดระบบโดยประมาณเป็น kWp, จำนวนแผง Solar, พลังงานที่ผลิตได้, ปริมาณไฟที่คาดว่าจะนำมาใช้เอง, ค่าไฟที่อาจลดลงต่อเดือนและต่อปี ตลอดจนระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ

จุดสำคัญคือ โปรแกรมให้ความสำคัญกับ การใช้ไฟในช่วงกลางวัน เพราะไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่นำมาใช้ในบ้านทันที โดยทั่วไปมีมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่าการผลิตส่วนเกินแล้วขายกลับเข้าระบบ

ดังนั้นคำตอบที่ว่า “ติดให้ใหญ่ที่สุดจะคุ้มที่สุด” จึงไม่ถูกต้องเสมอไป ระบบที่เหมาะสมควรสัมพันธ์กับพฤติกรรมใช้ไฟจริง พื้นที่หลังคา งบประมาณ และเป้าหมายของเจ้าของบ้าน

ค่าไฟบ้านปี 2569 เปลี่ยนอย่างไร?

ตั้งแต่ บิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป มีการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัยแบบ Progressive Rate ใหม่

สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟ เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ค่าไฟฟ้าฐานคิดดังนี้: 1–200 หน่วยที่ 3.0000 บาท/หน่วย, 201–400 หน่วยที่ 4.1584 บาท/หน่วย และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไปที่ 4.3583 บาท/หน่วย ส่วนบ้านที่ใช้ไม่เกิน 150 หน่วยยังมีอัตราย่อยสำหรับ 15 และ 25 หน่วยแรก ก่อนเข้าสู่อัตรา 3 บาทสำหรับช่วงต่อไป ทั้งหมดนี้ยังไม่รวมค่าบริการ ค่า Ft และ VAT

สำหรับรอบเดือน กันยายน–ธันวาคม 2569 ค่า Ft อยู่ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย

เพราะเหตุนี้ โปรแกรมของเราจึงไม่ได้ใช้วิธีง่าย ๆ แบบนำค่าไฟหารด้วย “ค่าไฟเฉลี่ย 4 หรือ 5 บาทต่อหน่วย” เพียงอย่างเดียว แต่พยายามคำนวณกลับจากโครงสร้างค่าไฟตามระดับการใช้ไฟ เพื่อให้การประเมินใกล้เคียงสถานการณ์จริงมากขึ้น

ตัวอย่าง

ค่าไฟฟ้า 3.00 / 4.1584 / 4.3583 บาทที่กล่าวข้างต้นเป็น อัตราค่าไฟฟ้าฐาน ไม่ใช่ยอดสุทธิต่อหน่วยในใบแจ้งค่าไฟ เนื่องจากบิลจริงยังมีค่าบริการ ค่า Ft และ VAT รวมอยู่ด้วย

ทำไม “ใช้ไฟกลางวัน” ถึงสำคัญกว่ายอดค่าไฟอย่างเดียว?

โซลาร์เซลล์ผลิตไฟเมื่อมีแสงแดด ดังนั้นบ้านที่ใช้ไฟจำนวนมากช่วงประมาณ 09:00–15:00 น. เช่น บ้านที่มีคนอยู่กลางวัน ทำงานจากบ้าน เปิดเครื่องปรับอากาศ ปั๊มน้ำ หรือชาร์จรถ EV ในเวลากลางวัน มักสามารถนำไฟที่ผลิตได้มาใช้โดยตรงได้มากกว่า

ในทางกลับกัน หากบ้านว่างเกือบทั้งวันและใช้ไฟหนักหลังพระอาทิตย์ตก การเพิ่มจำนวนแผงอย่างเดียวอาจไม่ได้ทำให้ความคุ้มค่าเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน เพราะไฟที่ผลิตส่วนหนึ่งอาจกลายเป็นไฟส่วนเกิน

ด้วยเหตุนี้ Calculator รุ่นใหม่จึงให้เลือกพฤติกรรมง่าย ๆ ว่า บ้านว่างกลางวัน / มีคนอยู่บ้าง / ใช้ไฟกลางวันเยอะ แล้วจึงเปิดให้ปรับเปอร์เซ็นต์ละเอียดเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการวิเคราะห์มากขึ้น

ถ้ามีไฟเหลือ ขายคืนการไฟฟ้าได้หรือไม่?

ปัจจุบันโครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชน ปี 2569 เปิดให้บ้านอยู่อาศัยที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ขายไฟฟ้าส่วนเกินให้การไฟฟ้าได้ โดยอัตรารับซื้ออยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี และกำหนดปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์

ตรงนี้ต้องแก้จากบทความเดิมครับ เพราะปัจจุบันหน้าเว็บเขียนว่า “เกิน 5 kWp ต่อมิเตอร์ไม่ได้” ซึ่ง kWp ฝั่งแผง Solar กับกำลังเสนอขายฝั่ง AC ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

กฟน. ระบุเพิ่มเติมว่า หากติดตั้งอินเวอร์เตอร์รวมมากกว่า 5 kW อาจต้องมี Export Limiting Device (EXL) เพื่อควบคุมกำลังไฟที่ไหลกลับเข้าระบบตามเงื่อนไขโครงการ

ดังนั้นระบบขนาด 5.22, 6 หรือ 7 kWp ไม่ควรถูกโปรแกรมตัดสินทันทีว่า “ขายไฟไม่ได้” แต่ควรให้ผู้ติดตั้งตรวจสอบขนาด Inverter, Export Limit และเงื่อนไขของ MEA/PEA ก่อนยื่นโครงการ

ใช้ไฟเองกับขายไฟ แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

โดยหลักแล้ว การติด Solar Rooftop สำหรับบ้านควรออกแบบเพื่อ ผลิตไฟใช้เองเป็นหลัก มากกว่าติดตั้งเพื่อหวังขายไฟทั้งหมด

เหตุผลคือไฟหนึ่งหน่วยที่คุณผลิตและนำมาใช้เองสามารถลดไฟที่ต้องซื้อจากระบบตามอัตราค่าไฟของบ้านในขณะนั้น ขณะที่ไฟส่วนเกินที่เข้าร่วมโครงการจะรับซื้อที่ 2.20 บาท/kWh

ดังนั้นการเลือกขนาดระบบให้สัมพันธ์กับการใช้ไฟกลางวันมักมีความสำคัญต่อ ROI มากกว่าการเพิ่มจำนวนแผงจนผลิตไฟส่วนเกินจำนวนมาก

Calculator จึงแยกให้เห็นทั้ง ไฟที่คาดว่าจะนำมาใช้เอง และ ไฟส่วนเกินที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้คุณเข้าใจว่าเงินที่ประหยัดหรือได้รับกลับมาจากส่วนใด

ติด Solar Rooftop ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาทแล้ว

ส่วนนี้ของหน้าเดิมควรอัปเดตมากครับ เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่ “ครม. ไฟเขียว” แล้ว แต่ มาตรการมีผลบังคับใช้จริงแล้ว

ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 805 พ.ศ. 2569 บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับบ้านอยู่อาศัยมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องเป็นระบบ On-Grid ที่เชื่อมต่อกับระบบของ MEA หรือ PEA และต้องมี e-Tax Invoice แบบเต็มรูป ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยมาตรการมีผลถึง 31 ธันวาคม 2571

ติด Solar Rooftop ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาทแล้ว

ส่วนนี้ของหน้าเดิมควรอัปเดตมากครับ เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่ “ครม. ไฟเขียว” แล้ว แต่ มาตรการมีผลบังคับใช้จริงแล้ว

ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 805 พ.ศ. 2569 บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับบ้านอยู่อาศัยมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องเป็นระบบ On-Grid ที่เชื่อมต่อกับระบบของ MEA หรือ PEA และต้องมี e-Tax Invoice แบบเต็มรูป ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยมาตรการมีผลถึง 31 ธันวาคม 2571

ติด Solar Rooftop ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท

มาตรการมีผลแล้ว · สำหรับระบบและผู้มีสิทธิตามเงื่อนไขกรมสรรพากร

ผลจากโปรแกรมใช้แทนการสำรวจหน้างานได้ไหม?

ไม่ได้ครับ โปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อใช้เป็น Preliminary Solar Sizing หรือการประเมินเบื้องต้นก่อนตัดสินใจ

ขนาดระบบและผลตอบแทนจริงยังขึ้นอยู่กับพื้นที่หลังคา ทิศทางและองศาของหลังคา เงาจากอาคารหรือต้นไม้ สภาพระบบไฟเดิม ขนาดอินเวอร์เตอร์ ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ อุณหภูมิ สภาพอากาศ และรูปแบบการใช้ไฟจริงในแต่ละช่วงเวลา

ดังนั้นหากผล Calculator แสดงว่าบ้านของคุณเหมาะกับระบบประมาณ 5.22 kWp ไม่ได้หมายความว่าควรซื้อระบบ 5.22 kWp โดยไม่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม แต่หมายถึง นี่คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับให้ทีมวิศวกรหรือผู้ติดตั้งนำไปตรวจสอบหน้างานต่อ

สรุป: ก่อนติดโซลาร์เซลล์ อย่าดูแค่ “กี่แผง”

คำถามที่สำคัญกว่า “บ้านต้องติดกี่แผง” คือ

บ้านใช้ไฟเวลาไหน ระบบขนาดไหนจะใช้ไฟที่ผลิตได้เองมากที่สุด และเงินที่ลงทุนไปจะช่วยลดค่าไฟได้ประมาณเท่าไร

โปรแกรมคำนวณโซล่าเซลล์ของ PUMA SUNERGY ถูกออกแบบมาให้คุณเริ่มตอบคำถามเหล่านี้ได้ด้วยตัวเองจากข้อมูลเพียงไม่กี่อย่าง โดยอ้างอิงโครงสร้างค่าไฟล่าสุด ข้อมูลแสงแดดเฉลี่ย และพฤติกรรมการใช้ไฟของบ้าน

เมื่อได้ขนาดระบบเบื้องต้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปควรเป็นการตรวจสอบพื้นที่ติดตั้งจริง เพื่อยืนยันว่าระบบที่คำนวณได้เหมาะกับหลังคา ระบบไฟ และรูปแบบการใช้งานของบ้านคุณจริงหรือไม่

ลองคำนวณก่อน แล้วค่อยตัดสินใจจากข้อมูล ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเลือกแพ็กเกจที่ใหญ่ที่สุด

Share the Post: